วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

แบบฝึกคิด

     แบบฝึกคิด

เมื่อนึกถึงคำว่า “การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้” “การประเมินตามสภาพจริง”  “แบบทดสอบ” นักศึกษามีความคิด ความรู้สึก หรือประสบการณ์เกี่ยวกับคำเหล่านี้อย่างไรบ้าง ให้บรรยายเป็นความเรียง (ความยาวรวมไม่เกิน หน้ากระดาษ) 

จากการศึกษาเอกสารและสื่อทำให้นักศึกษาได้ข้อสรุป ดังนี้ 

 การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ 

นักการศึกษา Earl Kelly (1947) กล่าวว่าจุดประสงค์ของการศึกษา คือการพัฒนาเด็กให้สูงสุดตามศักยภาพของแต่ละบุคคล การประเมินผลพัฒนาการเด็กถือเป็นเรื่องสลับซับซ้อน เป็นหัวใจสําคัญและจําเปนในการจัดกระบวนการเรียนการสอน การประเมินผลพัฒนาการมีประโยชน์ไม่เฉพาะตัวต่อครูและนักเรียน 

เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบุคคลอื่นรอบข้าง เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง และโรงเรียน 

การประเมินผลมีความหมายกว้างกว่าการวัดผล ครอบคลุมไปถึงการวัดผลด้วย เพราะการประเมินผลเป็นการบรรยายทั้งคุณภาพและปริมาณ แต่การวัดผลบรรยายถึงปริมาณของพฤติกรรมเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการบรรยายด้านคุณภาพด้วย นอกจากนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (2535)กล่าวถึงการประเมินผลพัฒนาการว่า คือการนําข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการมาสรุปเพื่อตัดสินใจจัดประสบการณ์ให้สอดคล้อง 

กับพัฒนาการของเด็กแต่ละด้าน  ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนต้องมีการบันทึกและรวบรวมไว้เพื่อใช้เป็ 

ข้อมูลพื้นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมแก่เด็กใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพเด็กแต่ละคนให้ถึงขั้นสูงสุด และใช้เป็นรายงานสําหรับติดต่อกับผู้ปกครอง  

โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า การประเมินผลพัฒนาการเด็ก หมายถึง ความรู้ความเข้าใจของครูที่มีต่อ 

พัฒนาการการเรียนรู้ความสนใจและความต้องการของเด็กแต่ละคน การประเมินผลถือเป็นกระบวนการที่สําคัญและจําเป็นมากในการจัดการเรียนการสอน การประเมินผลพัฒนาการที่ดี ควรเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ความสนใจและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน 

การประเมินตามสภาพจริง 

นักการศึกษาปฐมวัยเลือกใช้คำว่า "การประเมิน" และหลีกเสี่ยงคำว่า "การทตสอบ"เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัย Guddemi and Case (2004) กล่าวว่า การประเมิเต็กในระดับปฐมวัยมีความแตกต่างอย่างมากกับการประเมินเด็กในระดับที่สูงขึ้นไป เนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติในการเรียนรู้ที่แตกต่างจากเด็กวัยอื่น เด็กปฐมวัยเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสจากประสบการณ์ตรง การได้สัมผัสสัมพันธ์กับสื่อและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจโลกจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม เด็กแต่ละคนมีการเจริญเติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ประกอบกับความแตกต่างทางครอบครัว วัฒนธรรม และประสบการณ์เดิม ตังนั้น การประเมินโดยใช้แบบทสอบ หรือการประเมินด้วยแบบประเมินเดียวกับเด็กทุกคนจึงไม่สามารถวัดสิ่งที่เด็กแต่ละคนรู้และสามารถทำได้อย่างแท้จริง 

 

การประเมินตามสภาพจริง(authentic assessment) เป็นวิธีการประเมินที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ทักษะ และสมรรถภาพต่าง ๆ ของผู้เรียนที่ได้บูรณาการแล้วแสดงผ่านการปฏิบัติงาน และชิ้นงาน ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้แล้วยังเป็นการสนับสนุนการเรียนของผู้เรียนที่มีความสนใจ ความถนัดและพัฒนาการที่ต่างกันให้สามารถพัฒนาและเสนอการเรียนรู้มากที่สุดเต็มตามศักยภาพของ ผู้เรียนแต่ละคน  

การประเมินทางเลือก (alternative assessment) หมายถึง เกือบทุกรูปแบบของการประเมินที่มีใช่แบบประเมินมาตรฐาน (standardized tests) หรือแบบประเมินความสามารถ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การประเมินทางเลือกเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ  

การประเมินการปฏิบัติ(performance assessment) หมายถึง รูปแบบการประเมินแบบหนึ่งซึ่งจัดสถานการณ์เพื่อให้เด็กได้แสดงทักษะหรือสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงถึงการเรียนรู้ เป็นการบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการสอนและการเรียนรู้ (curriculum-embedded assessment) (McAfee and Leong, 2011) 

การประเมินที่เหมาะมที่สุดในระดับปฐมวัย คือ การประเมินตามภาพจริง (authentic 

assessment) ซึ่งเป็นกระบนการที่ดําเนินไปอย่างต่อเนื่องในการเก็บรวบรวม สรุป และตีคามข้อมูลเกี่ยกับเด็ก ในบริบทของการเรียนรู้ซึ่งสัมพันธ์กับกิจวัตรประจํานั้นที่ดําเนินไปอย่างต่อเนื่องในชั้นเรียนของเด็ก(Epstein, 2004; McAfee and Leong, 2011) โดยครูไม่ต้องร้างหรือำหนดถานการณ์ทที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อให้เด็กแดงพฤติกรรมที่ต้องการประเมิน  

ในแง่มุมของการประเมิน เปลี่ยนจากการประเมินผลลัพธการเรยนรู้ที่เน้นด้านคามรู้คามจํา เป็นการประเมินทุกมิติของผลลัพธ์การเรียนรู้ทั้งคามรู้คามามารถ เจตคติค่านิยม และทักะการปฏิบัติ เปลี่ยนจากการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (assessment of learning) เป็นการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (assessment for learning) ซึ่งเป็นการประเมินที่มีคามต่อเนื่องและนําผลการประเมินรหว่่างทางมาใช้ในการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ (formative assessment) มิใช่การประเมินเพื่อตัดสิน (summative assessment) 

แบบทดสอบ 

ในทางการศึกษาปฐมวัยไม่สมควรที่จะใช้แบบทดอบในการประเมินเด็กเพื่อตัดสิว่าเด็กคนใดเก่งรือไม่เก่ง รือบได้ลําดับที่เท่าไร่ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ไม่อดคล้องกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่มีคามต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรดเร็ มทั้งไม่ามารัดในมิติอื่นของพัฒนาการได้อย่างมีคามตรงและคามเชื่อมั่น จึงทําใเกิดคามคลาดเคลื่อนสูงหากนำแบบทดอบมาใช้ในระดับปฐมวัย นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการที่คับแคบและจํากัด ด้ยมีการตีกรอบเนื้อาที่ต้องการประเมินอย่างตายตั และโดยส่วนใญ่เป็นการัดคามรู้คามจํามากว่าห้ามสำคัญกับเจตคติรือทักะที่เด็กมีคามามารถในการปฏิบัตืย่างเป็นธรรมชาติ 

การประเมินในระดับปฐมัยต้องดําเนินอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึาและดําเนินไปบคู่กับการจัดประบการณ์การเรียนรู้มิใช่การตัดสิว่าอบได้รืออบตกในปลายภาคการศึกากเป็นการปฏิบัติเพื่อให้รู้และเข้าใจภาพทที่แท้จริงของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนว่า มีจุดแข็ง จุดอ่อนข้อจํากัด ถานภาามามารถ คามนใจเป็นอย่างไร โดยพิจารณาพัฒนาการรอบด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และติปัญญา ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรม อันนําไปสู่การจัดประบการณการเรยนรู้ที่อดคล้องกับคามต้องการจําเป็นของเด็กในชั้นเรียนและรายบุคคลการประเมินจึงเป็นตัวช่วยให้ครูสามารถจัดประบการณการเรยนรู้ที่อดคล้องกับธรรมชาติและคามต้องการที่แท้จรงของเดกในทุกมิติคามเป็นมนุย์อย่างไม่แยกส่วน หรือให้ามสำคัญเพียงมิติใดมิตินึ่งเท่านั้น 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น