แบบฝึกคิด
- เมื่อนึกถึงคำว่า “การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้” “การประเมินตามสภาพจริง” “แบบทดสอบ” นักศึกษามีความคิด ความรู้สึก หรือประสบการณ์เกี่ยวกับคำเหล่านี้อย่างไรบ้าง ให้บรรยายเป็นความเรียง (ความยาวรวมไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ)
จากการศึกษาเอกสารและสื่อทำให้นักศึกษาได้ข้อสรุป ดังนี้
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้
นักการศึกษา Earl Kelly (1947) กล่าวว่าจุดประสงค์ของการศึกษา คือการพัฒนาเด็กให้สูงสุดตามศักยภาพของแต่ละบุคคล การประเมินผลพัฒนาการเด็กถือเป็นเรื่องสลับซับซ้อน เป็นหัวใจสําคัญและจําเป็นในการจัดกระบวนการเรียนการสอน การประเมินผลพัฒนาการมีประโยชน์ไม่เฉพาะตัวต่อครูและนักเรียน
เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบุคคลอื่นรอบข้าง เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง และโรงเรียน
การประเมินผลมีความหมายกว้างกว่าการวัดผล ครอบคลุมไปถึงการวัดผลด้วย เพราะการประเมินผลเป็นการบรรยายทั้งคุณภาพและปริมาณ แต่การวัดผลบรรยายถึงปริมาณของพฤติกรรมเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการบรรยายด้านคุณภาพด้วย นอกจากนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (2535)กล่าวถึงการประเมินผลพัฒนาการว่า คือการนําข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการมาสรุปเพื่อตัดสินใจจัดประสบการณ์ให้สอดคล้อง
กับพัฒนาการของเด็กแต่ละด้าน ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนต้องมีการบันทึกและรวบรวมไว้เพื่อใช้เป็น
ข้อมูลพื้นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมแก่เด็กใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพเด็กแต่ละคนให้ถึงขั้นสูงสุด และใช้เป็นรายงานสําหรับติดต่อกับผู้ปกครอง
โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า การประเมินผลพัฒนาการเด็ก หมายถึง ความรู้ความเข้าใจของครูที่มีต่อ
พัฒนาการการเรียนรู้ความสนใจและความต้องการของเด็กแต่ละคน การประเมินผลถือเป็นกระบวนการที่สําคัญและจําเป็นมากในการจัดการเรียนการสอน การประเมินผลพัฒนาการที่ดี ควรเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ความสนใจและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
การประเมินตามสภาพจริง
นักการศึกษาปฐมวัยเลือกใช้คำว่า "การประเมิน" และหลีกเสี่ยงคำว่า "การทตสอบ"เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัย Guddemi and Case (2004) กล่าวว่า การประเมินเต็กในระดับปฐมวัยมีความแตกต่างอย่างมากกับการประเมินเด็กในระดับที่สูงขึ้นไป เนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติในการเรียนรู้ที่แตกต่างจากเด็กวัยอื่น เด็กปฐมวัยเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสจากประสบการณ์ตรง การได้สัมผัสสัมพันธ์กับสื่อและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจโลกจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม เด็กแต่ละคนมีการเจริญเติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ประกอบกับความแตกต่างทางครอบครัว วัฒนธรรม และประสบการณ์เดิม ตังนั้น การประเมินโดยใช้แบบทสอบ หรือการประเมินด้วยแบบประเมินเดียวกับเด็กทุกคนจึงไม่สามารถวัดสิ่งที่เด็กแต่ละคนรู้และสามารถทำได้อย่างแท้จริง
การประเมินตามสภาพจริง(authentic assessment) เป็นวิธีการประเมินที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ทักษะ และสมรรถภาพต่าง ๆ ของผู้เรียนที่ได้บูรณาการแล้วแสดงผ่านการปฏิบัติงาน และชิ้นงาน ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้แล้วยังเป็นการสนับสนุนการเรียนของผู้เรียนที่มีความสนใจ ความถนัดและพัฒนาการที่ต่างกันให้สามารถพัฒนาและเสนอการเรียนรู้มากที่สุดเต็มตามศักยภาพของ ผู้เรียนแต่ละคน
การประเมินทางเลือก (alternative assessment) หมายถึง เกือบทุกรูปแบบของการประเมินที่มีใช่แบบประเมินมาตรฐาน (standardized tests) หรือแบบประเมินความสามารถ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การประเมินทางเลือกเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ
การประเมินการปฏิบัติ(performance assessment) หมายถึง รูปแบบการประเมินแบบหนึ่งซึ่งจัดสถานการณ์เพื่อให้เด็กได้แสดงทักษะหรือสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงถึงการเรียนรู้ เป็นการบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการสอนและการเรียนรู้ (curriculum-embedded assessment) (McAfee and Leong, 2011)
การประเมินที่เหมาะสมที่สุดในระดับปฐมวัย คือ การประเมินตามสภาพจริง (authentic
assessment) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดําเนินไปอย่างต่อเนื่องในการเก็บรวบรวม สรุป และตีความข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ในบริบทของการเรียนรู้ซึ่งสัมพันธ์กับกิจวัตรประจํานั้นที่ดําเนินไปอย่างต่อเนื่องในชั้นเรียนของเด็ก(Epstein, 2004; McAfee and Leong, 2011) โดยครูไม่ต้องสร้างหรือกำหนดสถานการณ์ทที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ต้องการประเมิน
ในแง่มุมของการประเมิน เปลี่ยนจากการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เน้นด้านความรู้ความจํา เป็นการประเมินทุกมิติของผลลัพธ์การเรียนรู้ทั้งความรู้ความสามารถ เจตคติค่านิยม และทักษะการปฏิบัติ เปลี่ยนจากการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (assessment of learning) เป็นการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (assessment for learning) ซึ่งเป็นการประเมินที่มีความต่อเนื่องและนําผลการประเมินระหว่่างทางมาใช้ในการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ (formative assessment) มิใช่การประเมินเพื่อตัดสิน (summative assessment)
แบบทดสอบ
ในทางการศึกษาปฐมวัยไม่สมควรที่จะใช้แบบทดสอบในการประเมินเด็กเพื่อตัดสินว่าเด็กคนใดเก่งหรือไม่เก่ง หรือสบได้ลําดับที่เท่าไหร่ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่มีความต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งไม่สามารวัดในมิติอื่นของพัฒนาการได้อย่างมีความตรงและความเชื่อมั่น จึงทําให้เกิดความคลาดเคลื่อนสูงหากนำแบบทดสอบมาใช้ในระดับปฐมวัย นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการที่คับแคบและจํากัด ด้วยมีการตีกรอบเนื้อหาที่ต้องการประเมินอย่างตายตัว และโดยส่วนใหญ่เป็นการวัดความรู้ความจํามากว่าให้ความสำคัญกับเจตคติหรือทักษะที่เด็กมีความสามารถในการปฏิบัตือย่างเป็นธรรมชาติ
การประเมินในระดับปฐมวัยต้องดําเนินอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษาและดําเนินไปควบคู่กับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้มิใช่การตัดสินว่าาสอบได้หรือสอบตกในปลายภาคการศึกษาหากเป็นการปฏิบัติเพื่อให้รู้และเข้าใจสภาพทที่แท้จริงของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนว่า มีจุดแข็ง จุดอ่อนข้อจํากัด สถานภาพความสามารถ ความสนใจเป็นอย่างไร โดยพิจารณาพัฒนาการรอบด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรม อันนําไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการจําเป็นของเด็กในชั้นเรียนและรายบุคคลการประเมินจึงเป็นตัวช่วยให้ครูสามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติและความต้องการที่แท้จริงของเด็กในทุกมิติความเป็นมนุษย์อย่างไม่แยกส่วน หรือให้ความสำคัญเพียงมิติใดมิติหนึ่งเท่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น