BLOG64_220นางสาวอรสา เรือนรส:การศึกษาเด็กรายกรณี
หน้าแรก
- หน้าแรก
- ทะเบียนคุมชิ้นงาน
- Profile
- ประวัติผู้จัดทำ
- เด็กน้อยในดวงใจ
- ดอกไม้ในใจฉัน
- งานนำเสนอกลุ่มที่ 2
- แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 11กลุ่ม
- หน้าที่รับผิดชอบ
- เรียนออนไลน์
- แบบฝึกคิด
- แบบฝึกหัดเทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย
- การศึกษาเด็กรายกรณี
- การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
- แบบประเมินการนำเสนอ BLOG
วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567
วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ประวัติผู้จัดทำ
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ : นางสาวอรสา เรือนรส
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์
วัน/เดือน/ปี : วันที่23 พฤศจิกายน พ.ศ.2545
สัญชาติ : ไทย เชื้อชาติ:ไทย ศาสนา :พุทธ
สถานะภาพ : โสด
ภูมิลำเนา : บ้านเลขที่81 หมู่ 10 ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
รหัสไปรษณีย์ 33140
ที่อยู่ปัจจุบัน : หอพักนวนิต เลขที่145 บ้านหนองกง ตำบลนอกเมือง
อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ รหัสไปรษณีย์ 32000
โทรศัพท์ : 0610876602
สถานศึกษา : มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ความสามารถพิเศษ : ด้านกีฬา
คติประจำใจ : สิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การขอพร แต่เป็นการลงมือทำ
การศึกษาเด็กรายกรณี
วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
การศึกษาเด็กรายกรณี
ชื่อ-นามสกุล นักเรียน เด็กชายสุพศิน นามสูง ชื่อเล่น น้องฟิล์ม อายุ 6 ปี
เพศ ชาย ชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านสังขะ
ครูประจำชั้นชื่อ-นามสกุล นางสาวกรกนก บัวสาย
แบบบันทึกการประชุมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน
1. เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ (ระบุ)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน คือ แบบสังเกต
2. ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ ระบุ)
ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน คือ ครูพี่เลี้ยงและผู้ช่วยครู
3. ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา
น้องฟิล์มมีเป็นเด็ก ไม่แสดงความรู้สึกและอารมณ์ที่แท้จริงออกมา ไม่เปิดเผยตัวตนบอกเล่าสิ่งที่ตนเองสนใจอยากเรียนรู้ เด็กขาดการคิดสร้างสรรค์และวิเคราะห์ซึ่งเป็นสิ่งที่จะไม่สามารถต่อยอดไปจนถึงการแสดงออกถึงความคิด
4. ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน 1 ปัญหา)
พฤติกรรมที่ต้องส่งเสริม คือ ส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักการคิดวิเคราะห์คิดแก้ไขปัญหา ส่งเสริมทักษะการคิดพื้ยฐาน ซึ่งจะต่อยอดให้เด็กเป็นคนที่ชอบเรียนรู้สิ่งแวดล้อมสามารถนำสิ่งที่อยู่รอบตัวมาคิดวิเคราะห์เพื่อหาคาตอบเชื่อมโยงกับเนื้อหาวิชาในระดับที่สูงขึ้นอนาคตต่อไปได้
ข้อเสนอแนะจาก นางสาวกรกนก บัวสาย ตำแหน่ง ครู
5. แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)
จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเป็นกิจกรรมที่เด็กได้รับประสบการณ์ตรงและสามารถพัฒนาในการคิดวิเคราะห์ทักษะต่างๆ ใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ พัฒนาการเรียนรู้โดยเลือกวิธีการจากการประเมินเด็ก
แต่ละคน
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยนึกถึงความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคนและเน้นการสร้าง
แรงจูงใจให้แรงเสริม
เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการอยากรู้ อยากเรียน
ภาพการจัดกิจกรรม
แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน
รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่ ......1.....
ชื่อ-นามสกุล นักเรียน เด็กชายสุพสิน นามสูง ชื่อเล่น น้องฟิล์ม ชั้นอนุบาล
ชื่อผู้ปกครอง นางสาวสุนิสา ศรีพรมสูง มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น มารดา
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 0934852008 Line - Facebook -
ชื่อ บิดาสิริพร พรมสูง ชื่อ มารดา นางสาวสุนิสา ศรีพรมสูง
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 0934852008 Line - Facebook -
1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)
ลักษณะบ้านมี 1 ชั้น ด้านบนเป็นไม้ด้านล่างก่อด้วยปูน บรรยากาศรอบๆ บ้านดี มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น
2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)
ภายในบ้านมีการจัดวางสิ่งของเป็นสัดส่วน เป็นระเบียบและสะอาด มีหน้าต่างเปิดให้อากาศถ่ายเทได้ดี
3. บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
ขณะสัมภาษณ์ผู้ปกครองของน้องบุญมีมีสีหน้ายิ้มแย้มและให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเป็นอย่างดี รับฟังคำแนะนำจากคุณครู มีสีหน้าที่ไม่กังวล
4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
ผู้ปกครองรักและใส่ใจน้องฟิล์มมาก การเตรียมความพร้อมก่อนส่งน้องฟิล์มมาเรียน การนำคำแนะนำของคุณครูไปปรับใช้อยู่เสมอ
5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
ผู้ปกครองรู้สึกดีต่อโรงเรียนเพราะครูที่โรงเรียนคอยช่วยเหลือและสอนให้น้องฟิล์มได้เรียนรู้และได้ทำกิจกรรม ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนอยู่เสมอ
6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่านหนังสือ (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)
เวลาทำการบ้านน้องฟิล์มต้องใช้เวลาในการทำการบ้านนานพอสมควร ผู้ปกครองจะต้องช่วยสอนการบ้านอยู่ใกล้ๆก่อนที่จะไปเล่นกับเพื่อน
7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและนักเรียน)
น้องฟิล์มมีเล่นอยู่ที่บ้านกับเพื่อนรุ่นคราวเดียวกันและมีเพื่อนสนิทอยู่ 2 คนคือ น้องเบิ้ลและน้องม่อน
8. บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
ครอบครัวของน้องบุญมี มีทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ และน้องฟิล์ม
9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)
ผู้ปกครองยินดีให้ความร่วมมือกับโรงเรียนทุกอย่างในการพัฒนาและแก้ปัญหา ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการและการเรียนรู้ในอนาคตที่ดียิ่งขึ้น
ภาพการเยี่ยมบ้าน

ภาพภายนอกบ้นโดยมีต้นไม้รอบบ้าน ร่มรื่น 
ภาพภายในบ้านสะอาด มีอากาศถ่ายเท
สรุปการสะท้อนคิดในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน
1. ท่านคิดว่าแนวทางและข้อเสนอแนะที่ได้จากโรงเรียน (ข้อมูลจาก 9.1) ร่วมกับผู้ปกครอง (ข้อมูลจาก 9.2) จะสามารถพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนได้หรือไม่ได้ เพราะเหตุใด (การวางแผน)
ได้ เพราะทางโรงเรียนพร้อมที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ช่วยส่งเสริมให้มีพัฒนาการที่ดีเหมาะสมตามวัยและทางผู้ปกครองยินดีให้ความร่วมมือกับโรงเรียนทุกอย่างในการส่งเสริมพัฒนาการบุตรหลานของตน ให้บรรลุเป้าหมายส่งเสริมทักษะการคิด การปรับใช้วางแผนการพัฒนาปัญหาพฤติกรรมักเรียนส่งเสริมทักาะการคิด
2. หากจะทำการศึกษานักเรียนคนนี้อย่างต่อเนื่องท่านจะมีแนวทางในการช่วยเหลือ พัฒนาและแก้ปัญหาของนักเรียนคนนี้อย่างไรบ้าง (เขียนให้เห็นถึงกระบวนการ วิธีการและความร่วมมือจากทุกฝ่าย) (วางแผน)
ขอความร่วมมือจากทางโรงเรียนและครูพี่เลี้ยงในการช่วยส่งเสริมนักเรียนเป้าหมาย และจะจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ให้มีความหลายหลายยิ่งขึ้น กระบวนการวิธีการและความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง แนวทางการแก้ปัญหา วัตถุประสงค์ และใส่ใจนักเรียน
แบบฝึกคิด
แบบฝึกคิด
- เมื่อนึกถึงคำว่า “การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้” “การประเมินตามสภาพจริง” “แบบทดสอบ” นักศึกษามีความคิด ความรู้สึก หรือประสบการณ์เกี่ยวกับคำเหล่านี้อย่างไรบ้าง ให้บรรยายเป็นความเรียง (ความยาวรวมไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ)
จากการศึกษาเอกสารและสื่อทำให้นักศึกษาได้ข้อสรุป ดังนี้
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้
นักการศึกษา Earl Kelly (1947) กล่าวว่าจุดประสงค์ของการศึกษา คือการพัฒนาเด็กให้สูงสุดตามศักยภาพของแต่ละบุคคล การประเมินผลพัฒนาการเด็กถือเป็นเรื่องสลับซับซ้อน เป็นหัวใจสําคัญและจําเป็นในการจัดกระบวนการเรียนการสอน การประเมินผลพัฒนาการมีประโยชน์ไม่เฉพาะตัวต่อครูและนักเรียน
เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบุคคลอื่นรอบข้าง เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง และโรงเรียน
การประเมินผลมีความหมายกว้างกว่าการวัดผล ครอบคลุมไปถึงการวัดผลด้วย เพราะการประเมินผลเป็นการบรรยายทั้งคุณภาพและปริมาณ แต่การวัดผลบรรยายถึงปริมาณของพฤติกรรมเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการบรรยายด้านคุณภาพด้วย นอกจากนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (2535)กล่าวถึงการประเมินผลพัฒนาการว่า คือการนําข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการมาสรุปเพื่อตัดสินใจจัดประสบการณ์ให้สอดคล้อง
กับพัฒนาการของเด็กแต่ละด้าน ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนต้องมีการบันทึกและรวบรวมไว้เพื่อใช้เป็น
ข้อมูลพื้นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมแก่เด็กใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพเด็กแต่ละคนให้ถึงขั้นสูงสุด และใช้เป็นรายงานสําหรับติดต่อกับผู้ปกครอง
โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า การประเมินผลพัฒนาการเด็ก หมายถึง ความรู้ความเข้าใจของครูที่มีต่อ
พัฒนาการการเรียนรู้ความสนใจและความต้องการของเด็กแต่ละคน การประเมินผลถือเป็นกระบวนการที่สําคัญและจําเป็นมากในการจัดการเรียนการสอน การประเมินผลพัฒนาการที่ดี ควรเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ความสนใจและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
การประเมินตามสภาพจริง
นักการศึกษาปฐมวัยเลือกใช้คำว่า "การประเมิน" และหลีกเสี่ยงคำว่า "การทตสอบ"เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัย Guddemi and Case (2004) กล่าวว่า การประเมินเต็กในระดับปฐมวัยมีความแตกต่างอย่างมากกับการประเมินเด็กในระดับที่สูงขึ้นไป เนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติในการเรียนรู้ที่แตกต่างจากเด็กวัยอื่น เด็กปฐมวัยเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสจากประสบการณ์ตรง การได้สัมผัสสัมพันธ์กับสื่อและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจโลกจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม เด็กแต่ละคนมีการเจริญเติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ประกอบกับความแตกต่างทางครอบครัว วัฒนธรรม และประสบการณ์เดิม ตังนั้น การประเมินโดยใช้แบบทสอบ หรือการประเมินด้วยแบบประเมินเดียวกับเด็กทุกคนจึงไม่สามารถวัดสิ่งที่เด็กแต่ละคนรู้และสามารถทำได้อย่างแท้จริง
การประเมินตามสภาพจริง(authentic assessment) เป็นวิธีการประเมินที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ทักษะ และสมรรถภาพต่าง ๆ ของผู้เรียนที่ได้บูรณาการแล้วแสดงผ่านการปฏิบัติงาน และชิ้นงาน ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้แล้วยังเป็นการสนับสนุนการเรียนของผู้เรียนที่มีความสนใจ ความถนัดและพัฒนาการที่ต่างกันให้สามารถพัฒนาและเสนอการเรียนรู้มากที่สุดเต็มตามศักยภาพของ ผู้เรียนแต่ละคน
การประเมินทางเลือก (alternative assessment) หมายถึง เกือบทุกรูปแบบของการประเมินที่มีใช่แบบประเมินมาตรฐาน (standardized tests) หรือแบบประเมินความสามารถ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การประเมินทางเลือกเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ
การประเมินการปฏิบัติ(performance assessment) หมายถึง รูปแบบการประเมินแบบหนึ่งซึ่งจัดสถานการณ์เพื่อให้เด็กได้แสดงทักษะหรือสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงถึงการเรียนรู้ เป็นการบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการสอนและการเรียนรู้ (curriculum-embedded assessment) (McAfee and Leong, 2011)
การประเมินที่เหมาะสมที่สุดในระดับปฐมวัย คือ การประเมินตามสภาพจริง (authentic
assessment) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดําเนินไปอย่างต่อเนื่องในการเก็บรวบรวม สรุป และตีความข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ในบริบทของการเรียนรู้ซึ่งสัมพันธ์กับกิจวัตรประจํานั้นที่ดําเนินไปอย่างต่อเนื่องในชั้นเรียนของเด็ก(Epstein, 2004; McAfee and Leong, 2011) โดยครูไม่ต้องสร้างหรือกำหนดสถานการณ์ทที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ต้องการประเมิน
ในแง่มุมของการประเมิน เปลี่ยนจากการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เน้นด้านความรู้ความจํา เป็นการประเมินทุกมิติของผลลัพธ์การเรียนรู้ทั้งความรู้ความสามารถ เจตคติค่านิยม และทักษะการปฏิบัติ เปลี่ยนจากการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (assessment of learning) เป็นการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (assessment for learning) ซึ่งเป็นการประเมินที่มีความต่อเนื่องและนําผลการประเมินระหว่่างทางมาใช้ในการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ (formative assessment) มิใช่การประเมินเพื่อตัดสิน (summative assessment)
แบบทดสอบ
ในทางการศึกษาปฐมวัยไม่สมควรที่จะใช้แบบทดสอบในการประเมินเด็กเพื่อตัดสินว่าเด็กคนใดเก่งหรือไม่เก่ง หรือสบได้ลําดับที่เท่าไหร่ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่มีความต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งไม่สามารวัดในมิติอื่นของพัฒนาการได้อย่างมีความตรงและความเชื่อมั่น จึงทําให้เกิดความคลาดเคลื่อนสูงหากนำแบบทดสอบมาใช้ในระดับปฐมวัย นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการที่คับแคบและจํากัด ด้วยมีการตีกรอบเนื้อหาที่ต้องการประเมินอย่างตายตัว และโดยส่วนใหญ่เป็นการวัดความรู้ความจํามากว่าให้ความสำคัญกับเจตคติหรือทักษะที่เด็กมีความสามารถในการปฏิบัตือย่างเป็นธรรมชาติ
การประเมินในระดับปฐมวัยต้องดําเนินอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษาและดําเนินไปควบคู่กับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้มิใช่การตัดสินว่าาสอบได้หรือสอบตกในปลายภาคการศึกษาหากเป็นการปฏิบัติเพื่อให้รู้และเข้าใจสภาพทที่แท้จริงของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนว่า มีจุดแข็ง จุดอ่อนข้อจํากัด สถานภาพความสามารถ ความสนใจเป็นอย่างไร โดยพิจารณาพัฒนาการรอบด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรม อันนําไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการจําเป็นของเด็กในชั้นเรียนและรายบุคคลการประเมินจึงเป็นตัวช่วยให้ครูสามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติและความต้องการที่แท้จริงของเด็กในทุกมิติความเป็นมนุษย์อย่างไม่แยกส่วน หรือให้ความสำคัญเพียงมิติใดมิติหนึ่งเท่านั้น
-
ทะเบียนคุมชิ้นงาน สวัสดีค่ะดิฉันนางสาวอรสา เรือนรส รหัสนักศึกษา 64121860220 นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยรา...
-
\ กลุ่มที่1 เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ การพัฒนาการด้านร่างกาย (การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย) ...




